รวบรวม/ทบทวน ข้อมูลและเอกสารรายงาน

โครงการนี้จะดำเนินการรวบรวมข้อมูลจากเอกสารต่างๆ และจากพื้นที่ของโครงการ ทั้งในส่วนข้อมูลเศรษฐกิจและสังคม พื้นที่มีศักยภาพของโครงการ แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทยและเมียนมา ข้อมูลด้านประชากร จำนวนรถจดทะเบียน ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สถิติอุบัติเหตุ และสถิติการท่องเที่ยว เป็นต้น ตลอดจนข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ และแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงการ ทั้งนี้ ข้อมูลจะต้องเป็นข้อมูลที่ทันสมัยที่สุด โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • งานรวบรวมศักยภาพของพื้นที่โครงการ และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจตามกรอบความร่วมมือต่างๆ
  • นโยบายและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของประเทศไทยและเมียนมา

  • และทำการทบทวนผลการสำรวจออกแบบรายละเอียดของโครงการถนนสองช่องทางฯ ที่ได้จัดทำโดยฝ่ายเมียนมา จากจุดเริ่มต้นที่ กม. 16+458 และจุดสิ้นสุดที่ กม. 156+500 รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 140 กม. ลักษณะภูมิประเทศของแนวเส้นทางส่วนใหญ่เป็นทางเขา บางช่วงเป็นทางเนินและที่ราบสูง โดยการพิจารณาทบทวนด้านวิศวกรรม แบ่งออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ โครงสร้างชั้นทางและคันทาง โครงสร้างสะพานและระบบระบายน้ำ รายละเอียดถนนและทางแยก และตำแหน่งด่านเก็บเงินผ่านทาง ที่พักริมทาง

    การรวบรวมข้อมูลและเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการ

    เมียนมามีพื้นที่ 676,578 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 1.3 เท่าของประเทศไทย) โดยเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 40 ของโลก และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมียนมามีอาณาเขตติดกับประเทศไทยมากที่สุดถึง 10 จังหวัด ไล่ลงมาจากทางทิศเหนือ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และระนอง

    เมืองหลวงและศูนย์กลางการบริหารของเมียนมา คือ เมืองเนปยีดอ ห่างจากย่างกุ้งเมืองหลวงเก่าระยะทางประมาณ 320 กิโลเมตร โดยเมียนมามีการแบ่งเขตการปกครองในระดับภูมิภาคออกเป็น 7 เขต (Regions) ซึ่งเป็นพื้นที่ประกอบไปด้วยประชากรกลุ่มชาติพันธุ์เมียนมา และแบ่งเป็น 7 รัฐ (States) สำหรับพื้นที่ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย และ 1 สหภาพ (เมืองหลวง)

    จำนวนประชากรของเมียนมามีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.80 ต่อปี จากจำนวน 48.5 ล้านคน ในปี 2548 เพิ่มเป็นจำนวน 54.1 ล้านคน ในปี 2562

    ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ GDP ของเมียนมาขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 65.446 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2557 เป็น 71.215 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2561 ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อหัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ ระหว่างปี 2557 – ปี 2561 มีอัตราการเจริญเติบโตกว่าร้อยละ 5 – 6 ซึ่งกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่สำคัญของเมียนมาแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่

  • ด้านเกษตรกรรม เนื่องจากเป็นอาชีพหลักของชาวเมียนมา โดยส่วนใหญ่จะเป็นการปลูกข้าวเจ้า ปอกระเจา อ้อย และพืชเมืองร้อนอื่นๆ
  • ด้านการทำเหมืองแร่  มีการขุดแร่หิน สังกะสี ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำเหมืองดีบุก ทำป่าไม้ ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ทำป่าไม้สักในภาคเหนือ
  • ด้านอุตสาหกรรม  โดยทั่วไปอยู่ในขั้นพัฒนา อย่างไรก็ตาม เมียนมายังอุดมไปด้วยทรัพยากรสำคัญ ได้แก่ ก๊าซธรรมชาติ อัญมณี ป่าไม้ แร่ธาตุ (ดีบุก) และน้ำมัน

  • ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินส่วนใหญ่ของเมืองทวายเป็นที่อยู่อาศัย พื้นที่เกษตรกรรม และป่าไม้ โดยสภาพที่อยู่อาศัยในปัจจุบันมีลักษณะเป็นบ้านเรือนอาคารไม้ บ้านเรือนอาคารปูน และบ้านเรือนอาคารไม้กึ่งปูน มีอาคารพาณิชย์ ตึกแถว และโรงแรม สำหรับการเกษตรกรรมในปัจจุบัน พบว่า มีการปลูกข้าว กล้วย และต้นหมาก เป็นจำนวนมาก และมีการประกอบอาชีพประมง เนื่องจากเมืองทวายมีพื้นที่ทางทิศตะวันตกติดกับทะเลอันดามัน ซึ่งการที่ทวายมีพื้นที่ติดกับทะเลจึงทำให้ทวายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมียนมา

    ตลาดเช้าเมืองทวาย

    วัดพระเจดีย์ชเวด่องจา

    หน่วยงานเจ้าของโครงการ

    สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.)

       เลขที่ 123 ถนนวิภาวดี-รังสิต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

    0 2617 7676 0 2617 7683

    กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา

    บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (ด้านสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน)

       เลขที่ 1/814 ซอยอัมพร หมู่ที่ 17 ตำบลตคูคต อำเภอลำลูกา จังหวัดปทุมธานี 12130

    0 2532 3623 0 2532 3566

    บริษัท ดีเคด คอนซัลแตนท์ จำกัด (ด้านวิศวกรรม)

       เลขที่ 1199 อาคารปิยวรรณ ชั้น 8 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร 10400

    0 2619 9931 0 2619 9932

    บริษัท พีเอสเค คอนซัลแตนท์ จำกัด (ด้านเศษฐกิจ สังคม งานจราจร)

       เลขที่ 1199 อาคารปิยวรรณ ชั้น 15 ห้อง 15 เอ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร 10400

    0 2617 0429 0 2617 0426