งานศึกษาทางด้านวิศวกรรม


งานศึกษาด้านวิศวกรรมประกอบด้วยงานทั้งหมด 11 ส่วน โดยที่ปรึกษาได้แบ่งการดำเนินงาน เป็น 3 ขั้นตอนดังนี้

  • ขั้นตอนที่ 1 งานสำรวจข้อมูลภาคสนาม ประกอบด้วยงาน 2 ส่วน คือ การสำรวจแนวทางและระดับและงานสำรวจตรวจสอบดินและวัสดุ
  • ขั้นตอนที่ 2 งานออกแบบรายละเอียด ประกอบด้วยงาน 8 ส่วน คือ งานออกแบบโครงสร้างชั้นทาง งานออกแบบปรับปรุงโครงสร้างสะพานและอาคารระบายน้ำ งานออกแบบรายละเอียดถนนและทางแยก งานไฟฟ้าแสงสว่างและไฟสัญญาณ งานอำนวยความปลอดภัย งานจัดทำแบบเขตทาง/ข้อมูลการใช้ที่ดิน งานกำหนดตำแหน่งและออกแบบด่านเก็บเงินค่าผ่านทาง และงานกำหนดตำแหน่งและออกแบบทางข้ามของสัตว์ป่า
  • ขั้นตอนที่ 3 งานคำนวณปริมาณงานก่อสร้างและประมาณราคา ซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้ายของงานศึกษาด้านวิศวกรรม เมื่องานออกแบบด้านต่างๆ แล้วเสร็จ

  • ที่ปรึกษาได้มีการดำเนินงานสำรวจและการออกแบบด้านวิศวกรรมเพิ่มเติม โดยสามารถสรุปได้ดังนี้

    หัวข้อ การออกแบบ รายละเอียด
    1. งานสำรวจแนวทางและระดับ ลงสำรวจภูมิประเทศเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2562
  • ใช้ข้อมูลผลการสำรวจเดิมทั้งหมดในการออกแบบ
  • ลงพื้นที่สำรวจภูมิประเทศภาพถ่ายโดยใช้ UAV
  • สำรวจภูมิประเทศเพิ่มเติมในบริเวณ กม.27+250 ถึง กม.28+250 (เนินเทวดา) และช่วง กม.49+700 ถึง กม.50+850 (เนินอานม้า)
  • 2. งานสำรวจตรวจสอบดินและวัสดุ ลงสำรวจพื้นที่เพิ่มเติม
  • ลงพื้นที่สำรวจขุดเก็บตัวอย่าง และสำรวจลักษณะทางธรณีวิทยาวันที่ 4-6 มีนาคม 2562
  • ตรวจสอบแหล่งวัสดุทั้งหมด 5 แหล่ง
  • 3. งานออกแบบโครงสร้างชั้นทางและคันทาง
  • ออกแบบชั้นทางแอสฟัลต์ติกคอนกรีต 116 กิโลเมตร
  • ออกแบบชั้นทางคอนกรีตเสริมเหล็ก 24 กิโลเมตร
  • ผิวทางแอสฟัลต์คอนกรีต - ตลอดแนวเส้นทาง
  • ผิวทางคอนกรีตเสริมเหล็ก ช่วงทางชัน/ทางแยก/ด่านเก็บเงินผ่านทาง และที่พักริมทาง
  • 4. งานออกแบบปรับปรุงโครงสร้างสะพาน ระบบระบายน้ำและงานป้องกันการกัดเซาะ
  • ใช้การออกแบบสะพานเดิมทั้ง 19 จุด
  • ออกแบบแผงป้องกันการชนเพิ่มเติม สะพานที่ กม.16+885.787
  • ท่อเหลี่ยม 21 จุด (คงเดิม)
  • ออกแบบท่อกลมเป็นท่อเหลี่ยมขนาด 1.20x1.20 เมตร ทั้งหมด 402 จุด
  • ออกแบบรางระบายน้ำด้านข้างถนน
  • ออกแบบท่อกลมเป็นท่อเหลี่ยมขนาด 1.20x1.20 เมตร ทั้งหมด 402 จุด แบ่งเป็น
  • สัญญา 1 : 152 จุด
  • สัญญา 2 : 250 จุด
  • 5. การออกแบบรายละเอียดถนนและทางแยก
  • ปรับแนวเส้นทาง 3 ช่วง
  • ปรับความชัน น้อยกว่า 10 %
  • ออกแบบทางแยกทั้งหมด 3 แห่ง (กม.18+500 / กม.54+300 / กม.67+667)
  • ปรับแนวเส้นทาง 3 ช่วง
  • กม.27+250 ถึง กม.28+250 (เนินเทวดา)
  • กม.49+700 ถึง กม.50+850 (เนินอานม้า)
  • กม.100+250 ถึง กม.103+351 (เนินช้างร้อง)
  • 6. งานไฟฟ้าส่องสว่างและไฟสัญญาณ
  • ติดไฟฟ้าส่องสว่าง และสัญญานไฟเตือนแบบไฟกระพริบ เป็นระบบไฟแบบ Solar Cell
  • ออกแบบสัญญานไฟจราจร (ในอนาคต)
  • ไฟฟ้าส่องสว่าง
  • สะพาน กม.16+885.787
  • จุดตัดทางแยก 3 แห่ง (กม.18+500 / กม.54+300 /กม.67+667)
  • ที่พักริมทาง
  • Toll Plaza ทั้ง 2 จุด
  • จุดสลับทิศทางจราจร (Traffic Change Over)
  • สัญญานไฟจราจรเตือนแบบกระพริบ
  • จุดตัดทางแยก 3 แห่ง (กม.18+500 / กม.54+300 /กม.67+667)
  • จุดสลับทิศทางจราจร กม.156+075
  • 7. งานอำนวยความปลอดภัย
  • ออกแบบช่องจราจรพิเศษสำหรับการไต่ลาดชัน (Additional Lane)
  • ออกแบบความปลอดภัยบริเวณทางแยก
  • ออกแบบอุปกรณ์ป้องกันอันตราย
  • ออกแบบจุดจอดรถฉุกเฉิน (Emergency Stop Bay Station)
  • ออกแบบหมุดสะท้อนแสง (Road Stud)
  • ออกแบบป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง (Traffic Sign and Marking)
  • จัดทำแผนการจัดจราจรระหว่างก่อสร้าง
  • ออกแบบจุดสลับทิศทางจราจร
  • ออกแบบช่องจราจรพิเศษสำหรับไต่ทางชัน ทั้งหมด 7 จุด รวมระยะทาง 5.28 กิโลเมตร
  • ออกแบบช่องจราจรสำหรับเลี้ยวซ้ายทั้ง 3 ทางแยก
  • ออกแบบจุดจอดรถฉุกเฉิน กำหนดไว้ 3 แห่ง ได้แก่ กม.32+750 กม.98+600 และ กม.128+500
  • ออกแบบหมุดสะท้อนแสง
  • ออกแบบป้ายจราจรและเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง
  • ออกแบบเส้นเตือนชะลอความเร็ว (Ramble Strip)
  • ออกแบบจุดสลับทิศทางจราจร (Traffic Change Over) กม.156+07
  • 8. งานจัดทำแบบเขตทาง (Right of Way) ข้อมูลการใช้ที่ดิน
  • ความกว้างเขตทาง 70.00 เมตร
  • ออกแบบความกว้างเขตทาง 70.00 เมตร ตลอดแนวเส้นทางยกเว้นช่วงด่านเก็บค่าผ่านทาง และที่พักริมทาง
  • 9. งานคำนวณปริมาณงานก่อสร้างและการประมาณราคา
  • ปรับปรุงราคาต่อหน่วยให้เป็นปัจจุบัน และให้สอดคล้องกับพื้นที่โครงการ
  • ราคาค่าก่อสร้างประมาณ 3.95 พันล้านบาท ไม่รวม %Vat and %Contingency)
  • 10. งานออกแบบด่านเก็บเงินผ่านทาง ที่พักริมทาง
  • กม.18+918 : ด่านเก็บเงินผ่านทาง จุดที่ 1
  • กม.69+050 : ที่พักริมทาง
  • กม.155+700 : ด่านเก็บเงินผ่านทาง จุดที่ 2
  • ด่านเก็บเงินผ่านทาง
  • ออกแบบอาคารสำนักงาน
  • ออกแบบด่านเก็บเงิน ระบบด่านเก็บเงิน และระบบไฟฟ้า
  • ที่พักริมทาง
  • ออกแบบอาคารสำนักงาน / ลานจอดรถ / พื้นที่ร้านค้า ปั้มน้ำมันในอนาคต
  • ออกแบบระบบไฟฟ้า
  • 11. งานออกแบบทางข้ามทางลอดของสัตว์ป่า>
  • ออกแบบทางลอดสัตว์ทั้งหมด 12 แห่ง
  • ท่อเหลี่ยมขนาด 3.60x3.60 เมตร 2 แห่ง
  • ทางเดินลอดใต้สะพานทั้งหมด 10 แห่ง
  • งานออกแบบโครงสร้างชั้นทางและคันทาง


    การออกแบบโครงสร้างชั้นทางแอสฟัลต์คอนกรีต

    การออกแบบโครงสร้างชั้นทางคอนกรีตเสริมเหล็ก

    เสถียรภาพของเชิงลาดดินในแต่ละ Station ขึ้นอยู่กับความแข็งของหินบนทางลาดชันในพื้นที่และสภาพทางธรณีวิทยารวมถึงโครงสร้างของสภาพทางธรณีวิทยา การวิเคราะห์ในเบื้องต้นที่ปรึกษาได้จัดทำข้อมูลเพื่อใช้วิเคราะห์ในโปรแกรม SLIDE 6.0 จากการที่ที่ปรึกษาได้ไปเดินสำรวจและเก็บข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2562 สามารถสรุปได้ว่า ภายในโครงการมีแนวระดับและมุมเท ระหว่าง 45-76 องศา หรือ ความลาด (X:Y) เท่ากับ 1:1 ถึง ¼:1 และมีความสูงของลาดชันตั้งแต่ 5.0 ถึง 10 เมตร

    จากผลการวิเคราะห์เสถียรภาพเชิงลาดกรณีที่ Typical 1 ถึง 8 มีความปลอดภัยตามช่วงใช้งาน (Long Term Condition) ในทุกๆ ความชันที่กำหนดในกรณี Typical 9 ที่ความลาดชันเท่ากับ 1:1 และ ½:1 มีความปลอดภัยตามช่วงใช้งานสามารถนำไปก่อสร้างได้ แต่ที่ความลาดเท่ากับ ¼:1 ไม่มีความปลอดภัยตามช่วงใช้งานจึงไม่เหมาะสมที่จะทำการก่อสร้าง

    พื้นที่หน้างานภาพรวมเป็นพื้นที่เชิงภูเขาที่มีความแข็งแรง ดังนั้น สำหรับโครงการนี้เชิงลาดจึงไม่ต้องมีวัสดุเสริมกำลัง อย่างไรก็ตาม กรณีที่ต้องก่อสร้างด้วยการตัดผ่านภูเขาควรจะต้องมีตาข่ายป้องกันการร่วงตกของก้อนหินในส่วนของภูเขา และอาจจะต้องปลูกพืชท้องถิ่นที่เติบโตอยู่บริเวณนั้นๆ เพื่อช่วยการยึดเกาะหน้าดินในระยะยาว แต่พื้นที่ที่มีความชันมากกว่า 60 องศา และเป็นหินอาจจะไม่เหมาะกับการเจริญเติบโตของพืชได้ ดังนั้น ผู้ออกแบบจึงได้ทำการใส่รางระบายน้ำในแต่ละชั้นของเชิงลาด เพื่อช่วยในเรื่องการระบายของน้ำไม่ให้ไหลลงสู่พื้นที่ลาดได้อย่างอิสระ

    แต่ส่วนพื้นที่ที่ติดบริเวณเปียก หรือติดริมแม่น้ำ อาจจะมีการถมดินหรือใช้วัสดุเข้ามาช่วยในการก่อสร้าง ยกตัวอย่าง เช่น การถมบดอัดคันดิน การใช้กล่องตาข่ายหินเรียง (Gabion Wall) หรือการก่อสร้างด้วยกำแพงกันดินคอนกรีต เป็นต้น ทั้งนี้ ให้เลือกตามความเหมาะสม และความลึกของหน้างานเป็นหลัก


    งานออกแบบปรับปรุงโครงสร้างสะพานและท่อลอด ระบบระบายน้ำ และงานป้องกันการกัดเซาะ


    สรุปการออกแบบปรับปรุงโครงสร้างสะพาน

  • ด้านความมั่นคงแข็งแรง และรูปแบบของโครงสร้างสะพาน
  • จากการพิจารณาการออกแบบโครงสร้างสะพานข้ามลำน้ำทั้งหมด 19 แห่ง มีความแข็งแรงตามมาตรฐาน AASHTO-LRFD โดยออกแบบฐานรากเป็นเสาเข็มตอก (Driven Pile) ขนาด 0.40x0.40 เมตร โครงสร้างส่วนบน (Super Structure) ออกแบบเป็นโครงสร้าง I-Girder สามารถสรุปรายละเอียดได้ดังตารางข้างล่างโดยมีการออกแบบแผงป้องกันการชน (Skirt) เพิ่มเติมที่สะพาน กม.16+885.787

  • ด้านโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะ
  • สะพานที่ กม.16+885.787 มีการออกแบบฐานรากลอยมีความสูงจากระดับพื้นดินประมาณ 4 เมตร ที่ปรึกษาจึงทำการออกแบบแผงป้องกันการชนใหม่ ให้มีแผงป้องกันการชนเพิ่มขึ้น ช่วยลดโอกาสที่โครงสร้างฐานรากของสะพานจะเกิดการวิบัติจากการถูกซุงชน แผงป้องกันการชน เป็นมาตรการป้องกันซุงหรือขยะที่ลอยมากับกระแสน้ำหลาก เข้าไปชนหรืออุดทางเดินของน้ำ ในกรณีที่สะพานออกแบบเป็นแบบฐานลอย เนื่องจากไม่สามารถเปิดดินเพื่อทำฐานรากได้เพราะมีกระแสน้ำไหลตลอดทั้งปี รวมถึงไม่มีแนวทางที่จะเบี่ยงทางน้ำออกจากจุดก่อสร้างฐานรากได้

    งานออกแบบปรับปรุงท่อลอด

    ที่ปรึกษาได้ดำเนินการปรับปรุงการออกแบบจากท่อกลมเป็นท่อเหลี่ยม (R.C.Box Culvert) ขนาด 1.20 เมตร ตลอดทั้งโครงการ และเพิ่มขนาดท่อเหลี่ยม (R.C.Box Culvert) เป็น 3.60 เมตร จำนวน 2 แห่ง โดยสามารถสรุปตำแหน่ง ความยาว และขนาดของท่อลอด โดยสามารถสรุปรายละเอียดได้ดังนี้

  • ออกแบบจากท่อกลมเป็นท่อลอดเหลี่ยม R.C.Box Culverts ขนาด 1.20x1.20 เมตร ทั้งหมด 402 แห่ง ตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการฯ ฝ่ายเมียนมา เพื่อสะดวกในการบำรุงรักษา
  • ออกแบบเพิ่มขนาดท่อเหลี่ยม R.C.Box Culverts 2 แห่ง เป็นขนาด 3.60x3.60 เมตร ที่ กม.100+375 และ กม.126+373 เพื่อรองรับทางสัตว์ลอดตามข้อเสนอแนะของด้านสิ่งแวดล้อม
  • .

    งานป้องกันการกัดเซาะ

    ได้ทำการออกแบบการป้องกันการกัดเซาะ ระบบระบายน้ำตามแนวเส้นทาง (Side Drain) ทั้งสองด้านตลอดแนวถนนที่เป็นผิวคอนกรีตเสริมเหล็ก ระยะรวมประมาณ 110 กิโลเมตร เพื่อไม่ให้เกิดการกัดเซาะจากการไหลของน้ำที่อยู่ในโครงการ

    การออกแบบรายละเอียดถนนและทางแยก


    ในส่วนของงานออกแบบรายละเอียดถนนและทางแยก ได้ดำเนินการจัดทำข้อมูลการออกแบบเดิม พิจารณาช่วงที่จำเป็นต้องแก้ไขปรับปรุงให้มีความปลอดภัยและเป็นไปตามมาตรฐาน โดยมีรายละเอียดในการดำเนินงาน ดังนี้

  • การออกแบบเรขาคณิตทางราบ  พิจารณาทำการปรับแนวเส้นทางเพื่อให้เหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น โดยทำการปรับแนวเส้นทางทั้งหมด 3 ช่วง โดยการปรับแนวเส้นทางที่ออกแบบไว้เดิมให้มาอยู่ในแนวถนนลำลอง 2 ช่วง คือ ช่วงเนินเทวดา ตั้งแต่ กม.27+250 ถึง กม.28+250 และช่วงเนินอานม้า ตั้งแต่ กม.49+700 ถึง กม.50+850 สำหรับช่วงเนินช้างร้อง ตั้งแต่ กม.100+250 ถึง กม.103+351 ได้พิจารณาปรับแนวเส้นทางเพื่อลดปริมาณดินตัดดินถม
  • การออกแบบเรขาคณิตทางดิ่ง ได้ทำการปรับความชันในทางดิ่งให้มีค่าไม่เกินร้อยละ 10 ตลอดทั้งโครงการ
  • ความกว้างไหล่ทาง (Shoulder Width)  เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศของแนวเส้นทางส่วนใหญ่เป็นภูเขา จึงได้ออกแบบไว้ที่ความกว้างไหล่ทางทั่วไปไว้ที่ 1.00 เมตร และออกแบบความกว้างไหล่ทาง 1.50 เมตร ในช่วงที่มีลักษณะเป็นที่ราบ 3 ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ 1 กม.18+000 ถึง กม.24+000 ช่วงที่ 2 กม.65+800 ถึง กม.99+300 และช่วงที่ 3 กม.152+100 ถึง กม.156+950 รวมความยาวทั้งหมด 44.35 กิโลเมตร
  • การออกแบบรายละเอียดทางแยก

    ได้ออกแบบปรับปรุงทางแยกจากการศึกษาเดิม ประกอบด้วย 3 จุดหลัก

  • ทางแยกที่ 1 กม.18+500 จุดตัดถนนโครงการกับทางหลวงหมายเลข 8
  • ทางแยกที่ 2 กม.54+300 จุดตัดถนนของโครงการกับถนนชุมชน
  • ทางแยกที่ 3 กม.67+667 จุดตัดถนนโครงการกับทางแยกไป Myitta
  • โดยได้ทำการออกแบบจัดช่องจราจรเพิ่มช่องจราจรให้สามารถเลี้ยวซ้ายเข้า-ออกทางแยก และรอเลี้ยวขวาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ได้ออกแบบการควบคุมทางแยกให้เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย การติดตั้งป้ายแนะนำและป้ายเตือน ติดตั้งป้ายให้ทาง ติดตั้งป้ายหยุด และพิจารณาติดไฟกระพริบสีเหลือง โดยผลการวิเคราะห์ปริมาณจราจร พบว่า ทางแยกทั้งสองแห่ง (ทางแยก 1 และ 3)

    ทางแยกที่ 1 กม.18+500 จุดตัดถนนโครงการกับทางหลวงหมายเลข 8

    ทางแยกที่ 2 กม.54+300 จุดตัดถนนของโครงการกับถนนชุมชน

    ทางแยกที่ 3 กม.67+667 จุดตัดถนนโครงการกับทางแยกไป Myitta

    งานไฟฟ้าส่องสว่างและไฟสัญญาณ


    งานออกแบบไฟฟ้าแสงสว่างของถนนสำหรับโครงการนี้ จะใช้โคมไฟหลอดชนิด LED โดยใช้พลังงานจาก Solar Cell (พร้อมชุด Control และ Battery Backup) ติดตั้งบนเสาสูง 9 เมตร บริเวณที่จำเป็นต้องติดตั้งระบบไฟแสงสว่างในโครงการ ได้แก่ บริเวณชุมชน บริเวณทางร่วม - ทางแยก ซึ่งสามารถสรุปได้ตามตารางข้างล่าง

    กม. (Sta.) บริเวณ หมายเหตุ
    1. กม.16+880 ถึง กม.17+120 สะพานแห่งที่ 1 (ความยาว 240 เมตร)
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell บริเวณหัว กลาง และท้ายสะพานทั้ง 2 ฝั่ง
  • 2. กม.18+400 ถึง กม.18+800
  • จุดตัดทางแยกแห่งที่ 1
  • ด่านเก็บเงินผ่านทางแห่งที่ 1 และอาคารสำนักงาน ทางเดิน ลานจอดรถ พื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell บริเวณสี่แยกและลึกเข้าไปอีกฝั่งละ 200 เมตร ทั้ง 4 ด้าน
  • ติดไฟกระพริบแจ้งเตือนแบบ Solar Cell
  • 3. กม.53+350 ถึง กม.53+750
  • จุดตัดทางแยกแห่งที่ 2
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell บริเวณสี่แยกและลึกเข้าไปอีกฝั่งละ 200 ม. ทุกทิศทาง
  • ติดไฟกระพริบแจ้งเตือนแบบ Solar Cell
  • 4. กม.66+650 ถึง กม.67+050
  • จุดตัดทางแยกแห่งที่ 3
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell บริเวณสามแยกและลึกเข้าไปอีกฝั่งละ 200 ม. ทั้ง 4 ด้าน
  • ติดไฟกระพริบแจ้งเตือนแบบ Solar Cell
  • 5. กม.69+050/td> บริเวณที่พักริมทาง ประกอบด้วย ไฟส่องสว่างบริเวณที่จอดรถ ถนนภายในไฟส่องสว่างอาคารสำนักงาน ร้านค้า ห้องน้ำ พื้นที่ส่วนกลาง
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell โดยรอบ
  • 6. กม.150+000 ถึง กม.156+500
  • จุดสิ้นสุดโครงการ, ชุมชน
  • จุดสลับทิศทางจราจร
  • ช่องทางด่านเก็บเงินผ่านทางแห่งที่ 2 และอาคารสำนักงาน ทางเดิน ลานจอดรถ พื้นที่ส่วนกลาง ห้องน้ำ
  • ติดไฟส่องสว่างแบบ Solar Cell ตามแนวทั้ง 2 ฝั่ง
  • งานอำนวยความปลอดภัย


    ที่ปรึกษาได้ดำเนินการทบทวนการออกแบบเดิมเรียบร้อยแล้ว และได้พิจารณาเพิ่มเติมโดยเน้นความสำคัญเรื่องความปลอดภัยในการใช้เส้นทางของผู้สัญจร ให้มีความปลอดภัยตามมาตรฐานและเหมาะสมตามหลักวิศวกรรม โดยมีการดำเนินงานด้านความปลอดภัย ดังนี้

    1. ช่องจราจรพิเศษสำหรับการไต่ลาดชัน (Additional Lane or Climbing Lane) ที่ปรึกษาได้ ทำการพิจารณาโดยยึดถือเกณฑ์ข้อพิจารณาในการจัดทำช่องจราจรพิเศษสำหรับการไต่ลาดชัน ช่วงที่จำเป็นจะต้องออกแบบช่องจราจรพิเศษสำหรับการไต่ลาดชัน จะเป็นช่วงที่มีการไต่ลาดชันที่ยาวและต้องไต่ขึ้นเนิน ทำให้ความเร็วในการสัญจรของรถบรรทุกลดลงทำให้รถยนต์มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในการแซงล่าช้า จึงจำเป็นจะต้องเพิ่มช่องจราจรพิเศษสำหรับการไต่ลาดชัน ทั้งหมด 7 จุด รวมระยะทาง 5.28 กิโลเมตร

    2. การออกแบบความปลอดภัยบริเวณทางแยก ทำการออกแบบจัดช่องจราจรเพิ่ม Additional Lane ให้สามารถเลี้ยวซ้ายเข้า-ออกทางแยก และรอเลี้ยวขวาได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลสภาพจราจรจากผลการศึกษาปริมาณจราจรและความต้องการการเดินทางในอนาคต โดยผลการวิเคราะห์ปริมาณจราจร พบว่า ทางแยกทั้งสองแห่ง (ทางแยกจุดที่ 1 และ 3) มีความจำเป็นต้องติดตั้งสัญญาณไฟในปี 2580 ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้ออกแบบการควบคุมทางแยกให้เหมาะสมตามหลักวิศวกรรม เพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประกอบด้วย การติดตั้งป้ายแนะนำและป้ายเตือน ติดตั้งป้ายให้ทาง ติดตั้งป้ายหยุด และพิจารณาติดไฟกระพริบสีเหลืองเพื่อก่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนนและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    3. อุปกรณ์ป้องกันอันตราย ในการออกแบบเดิมได้มีการออกแบบติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันอันตรายต่างๆ เช่น ราวเหล็กลูกฟูก (Steel Beam Guard Rail) หรือคอนกรีต (Concrete Barrier) ตามความเหมาะสมและตามสภาพภูมิประเทศ ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้ออกแบบการป้องกันอันตรายเพิ่มเติม ได้แก่

  • จุดจอดรถฉุกเฉิน (Emergency Stop Bay Station) ได้กำหนดไว้ 3 แห่ง ได้แก่ กม.32+750 กม.98+600 และ กม.128+500
  • หมุดสะท้อนแสง (Road Stud) ออกแบบหมุดสะท้อนแสงแบบแก้ว (Reflective Glass Road Stud) ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสมของพื้นที่ โดยหมุดสะท้อนแสงแบบปกติจะมีทั้งหมด 2 สี สีเหลืองจะดำเนินการติดตั้งที่บริเวณเส้นขอบทาง และสีขาวติดตั้งที่เส้นแบ่งช่องจราจร
  • 4. ป้ายจราจร ที่ปรึกษาได้ทำการออกแบบติดตั้งป้ายจราจรเพิ่มเติมในช่วงบริเวณทางโค้งอันตราย ช่วงที่ได้ทำการปรับแนวเส้นทางทั้ง 3 ช่วง และทางแยกที่ได้ทำการออกแบบใหม่ทั้ง 3 ตำแหน่ง ซึ่งป้ายจราจร ประกอบด้วย ป้ายบังคับ (Regulatory Sign) ป้ายเตือน (Warning Sign) ป้ายแนะนำ (Guide Sign) และป้ายจำกัดความเร็ว (Limit Speed Sign)

    5. เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง ดำเนินการเรื่องสีจราจร (Pavement Markings) เช่น เส้นศูนย์กลางถนน เส้นขอบทางด้านนอก ด้านใน เส้นทึบห้ามแซง ลูกศรกำหนดทิศทางต่างๆ เป็นต้น รวมถึงได้ออกแบบเพิ่มเติมเส้นเตือนชะลอความเร็ว (Rumble Strip) เพื่อใช้ในการชะลอความเร็ว โดยได้ออกแบบในบริเวณจุดอันตรายต่างๆ ทั้งหมด 20 แห่ง

    6. แผนการจัดจราจรในระหว่างการก่อสร้าง (Traffic Management Plan During Construction)ดำเนินการเรื่องอุปกรณ์ควบคุมและอำนวยความปลอดภัยให้การจราจรในระหว่างการก่อสร้าง เพื่ออำนวยความปลอดภัยให้แก่การจราจรที่ผ่านเส้นทางทั้งรถในท้องถิ่นและรถที่วิ่งผ่านบริเวณการจัดช่องจราจร ทางเบี่ยง สะพานเบี่ยง รวมถึงเครื่องจักรที่ทำงานในขณะการก่อสร้างด้วย

    7. จุดสลับทิศทางจราจร (Traffic Change Over) ที่ปรึกษาได้ดำเนินการออกแบบไว้ที่ กม.156+075 ขนาด 1 ช่องจราจร มีช่องจราจรกว้าง 5.00 เมตร และไหล่ทั้ง 2 ข้างกว้าง 1.50 เมตร รวมความกว้างทั้งหมด 8.00 เมตร

    งานจัดทำแบบเขตทาง (Right of Way) ข้อมูลการใช้ที่ดิน


    ได้ทำการสำรวจภาคสนาม เก็บรายละเอียดภูมิประเทศเพิ่มเติม โดยเน้นส่วนที่อยู่ในเขตทาง และบริเวณใกล้เคียงเขตทางของโครงการเป็นหลัก ได้แก่ อาคารหรือโครงสร้างสำคัญ ขอบถนน แนวรั้ว สะพาน สาธารณูปโภค ที่ปรากฏให้เห็นและมีผลกับการตัดสินใจออกแบบ

    จากแผนที่ภูมิประเทศดังกล่าว ที่ปรึกษาได้นำมาลงแนวเส้นทาง (Proposed Centerline) ขยายความกว้างของแนวเขตทาง จากเดิม 40.00 เมตร เป็น 70.00 เมตร ตามมติการประชุมตรวจรับรายงานเบื้องต้น (Inception Report) ณ ห้องประชุมชั้น 2 อาคาร Ministry of Construction, Republic of the Union of Myanmar เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2562 พร้อมทั้งกำหนดตำแหน่งหมุดเขตทาง และลงตารางแสดงค่าพิกัดฉาก (UTM) ของหมุดเขตทางเหล่านี้ด้วย โดยที่ปรึกษาได้ดำเนินการจัดทำแผนที่แสดงรายละเอียดการใช้ประโยชน์ที่ดิน รวมถึงประเภทของที่ดิน และทำการ Overlay ลงบนแนวเขตทางของโครงการ เพื่อจะทราบได้ว่า แนวเส้นทางของโครงการจะส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่อย่างไรบ้าง โดยแผนที่แสดงรายละเอียดเขตที่ดินจะอยู่ในรูปแบบ Digital File ของ Software AutoCAD ได้ข้อมูลสรุปการจำแนกอาคารสิ่งปลูกสร้าง ดังตารางข้างล่าง

    ประเภทอาคาร จำนวน (หลังคา)
    1-SC 226
    2-SC 2
    1-SW 123
    2-SW 2
    1-SCW 4
    1-SZ 3
    Total 360

    หมายเหตุ

  • 1-SC = Building, One – Storey concrete
  • 1-SW = Building, One – Storey wooden frame
  • 1-SZ = Building, One - Storey-Zinc
  • 1-SCW = Building, One - Storey- concrete and wood
  • 2-SC = Building, Two – Storey concrete
  • 2-SW = Building, Two – Storey wooden frame
  • งานคำนวณปริมาณงานก่อสร้างและการประมาณราคา


    ค่าก่อสร้างของโครงการอยู่ที่ 3.95 พันล้านบาท

    งานออกแบบด่านเก็บเงินผ่านทาง และที่พักริมทาง


    ตำแหน่งด่านเก็บเงินผ่านทาง และที่พักริมทาง ที่ปรึกษาพิจารณากำหนดตำแหน่งที่พักริมทาง (Rest Area) 1 ตำแหน่ง ที่ กม.69+050 และด่านเก็บเงินผ่านทาง (Toll Plaza) ทั้งหมด 2 ตำแหน่ง คือ บริเวณจุดเริ่มต้นโครงการ กม.18+918 และบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการ กม.155+700

    งานออกแบบด่านเก็บเงินผ่านทาง (Toll Plaza Design)

    งานออกแบบระบบด่านเก็บเงินผ่านทาง (Toll Collection System)ที่ปรึกษาดำเนินการออกแบบระบบเก็บค่าผ่านทาง จำนวน 2 ตำแหน่ง โดยแต่ละแห่งมีจำนวนช่องด่านเก็บเงิน 3 ช่องจราจร (ไป-กลับ) ประกอบไปด้วย ช่องสำหรับรถบรรทุก 2 ช่องทาง และช่องสำหรับรถขนาดเล็ก 1 ช่องทาง รวมทั้งหมดเป็น 6 ช่องจราจร

    โดยได้มีการออกแบบระบบจัดเก็บค่าผ่านทางดังนี้


  • ออกแบบระบบจัดเก็บค่าผ่านทาง ซึ่งรองรับการชำระค่าผ่านทางแบบเงินสด ชำระค่าผ่านทางโดยใช้บัตรเครดิต (Visa Master อื่นๆ) และการชำระค่าผ่านทางแบบที่สามารถรองรับเทคโนโลยีในอนาคต เช่น การชำระแบบ QR-Code คูปองบัตรผ่านพิเศษ หรือ ผ่านโทรศัพท์มือถือ (Smart Phone App) อื่นๆ
  • ระบบเก็บค่าผ่านทางต่างๆ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมช่องทาง Lane Controller (LC) ระบบถ่ายภาพรถฝ่าฝืน (DVES) ระบบตรวจสอบและกำกับงานแบบเรียลไทม์ (Real Time Overview : RTO) และระบบควบคุมการบันทึกเงิน TOD (Tour of Duty) ระบบคอมพิวเตอร์ประจำด่านเก็บค่าผ่านทาง (Plaza Computer System : PCS) การสื่อสาร (Intercom) ระบบประกาศเสียง ระบบกล้องรักษาความปลอดภัย CCTV & Video Recording Security System เป็นต้น
  • ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell Energy) เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำจากสารกึ่งตัวนำชนิดพิเศษที่มีคุณสมบัติในการเปลี่ยนพลังงานจากแสงอาทิตย์ไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้จาก Solar Cell จะเป็นไฟฟ้ากระแสตรง +/- ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที รวมทั้งสามารถนำไปเก็บไว้ในแบตเตอรี่ และใน Power Bank ได้ระบบจ่ายไฟฟ้าและไฟฟ้าสำรอง การออกแบบการจ่ายไฟฟ้าภายในอาคารและการไฟฟ้าให้กับระบบเก็บค่าผ่านทางโดยใช้ระบบ Solar Cell ที่ติดตั้งบนหลังคา และ Battery จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับตู้จ่ายไฟฟ้า MDB ตู้จ่ายไฟฟ้าย่อย LC และออกแบบการจ่ายไฟฟ้าให้กับระบบเก็บเงินและอื่นๆ โดยจะต้องมีระบบไฟฟ้าสำรอง (Generator Power Supply) จ่ายไฟฟ้ากรณีไฟฟ้าดับและชาร์จไฟฟ้าให้กับ Battery
  • งานออกแบบที่พักริมทาง (Rest Area)การออกแบบบริเวณที่พักริมทางจะประกอบไปด้วย อาคารเจ้าหน้าที่ ร้านค้า ที่จอดรถ ร้านอาหาร ห้องน้ำ พื้นที่สำหรับบริการเชื้อเพลิงในอนาคต โดยมีจุดชมวิวแม่น้ำตะนาวศรี ที่มีทัศนียภาพสวยงาม ตัวอย่างแสดงผังการออกแบบที่พักริมทาง

    งานกำหนดตำแหน่งและออกแบบทางลอดของสัตว์ป่า


    งานกำหนดตำแหน่งทางลอดของสัตว์ป่าได้ทำการทบทวนข้อมูลการศึกษาใน Design Manual Building a Sustainable Road to Dawei Enhancing Ecosystem Services and Wildlife Connectivity (WWF Report 2016) รวมทั้งการลงสำรวจพื้นที่โครงการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์ป่า และผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อม ในการพิจารณากำหนดตำแหน่งและออกแบบทางลอดของสัตว์ป่า (Wildlife Crossing) โดยในการกำหนดจุดทางสัตว์ผ่าน รวมถึงการออกแบบทางสัตว์ผ่าน คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ได้จริง และความปลอดภัยของสัตว์ป่าจากการใช้ทางสัตว์ผ่านเป็นสำคัญ โดยเฉพาะตามแนวแม่น้ำ ลำธาร และสะพาน โดยได้กำหนดตำแหน่งทางลอดสัตว์ป่าไว้ทั้งหมด 12 จุด ประกอบไปด้วย ทางลอดใต้สะพานทั้งหมด 10 จุด และทางลอดท่อเหลี่ยม 2 จุด โดยสรุปตำแหน่งได้ดังนี้

    .

    รูปแบบทางลอดของสัตว์ป่า(Toll Plaza Design)ในการออกแบบทางลอดของสัตว์ป่าของโครงการ ประกอบด้วย 2 รูปแบบ คือ

    .

  • แบบกล่องคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC. Box Culvert)  ขนาด 3.60x3.60 เมตร โดยออกแบบเพิ่มเติมให้สัตว์ขนาดเล็ก เช่น กระรอก เป็นต้น ให้สามารถเดินลอดได้ในกรณีมีน้ำขัง

  • .

  • แบบทางเดินลอดใต้สะพาน   กำหนดไว้ 10 จุด โดยออกแบบเป็น Mortar Riprap เป็นทางเดินสัตว์


  • .

    งานติดตั้งรั้ว ในจุดที่มีการออกแบบทางข้ามทางลอดของสัตว์ป่า จะต้องมีการติดตั้งรั้วเหล็กเพื่อบังคับสัตว์ให้เดินลอดไปยังจุดดังกล่าว โดยกำหนดความยาวน้อยที่สุดไว้ข้างละ 500 เมตร (2 กิโลเมตร/จุด)


    หน่วยงานเจ้าของโครงการ

    สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อบ้าน (องค์การมหาชน) (สพพ.)

       เลขที่ 123 ถนนวิภาวดี-รังสิต จตุจักร กรุงเทพมหานคร 10900

    0 2617 7676 0 2617 7683

    กลุ่มบริษัทที่ปรึกษา

    บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (ด้านสิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วมของประชาชน)

       เลขที่ 1/814 ซอยอัมพร หมู่ที่ 17 ตำบลตคูคต อำเภอลำลูกา จังหวัดปทุมธานี 12130

    0 2532 3623 0 2532 3566

    บริษัท ดีเคด คอนซัลแตนท์ จำกัด (ด้านวิศวกรรม)

       เลขที่ 1199 อาคารปิยวรรณ ชั้น 8 ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร 10400

    0 2619 9931 0 2619 9932

    บริษัท พีเอสเค คอนซัลแตนท์ จำกัด (ด้านเศษฐกิจ สังคม งานจราจร)

       เลขที่ 1199 อาคารปิยวรรณ ชั้น 15 ห้อง 15 เอ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไทย กรุงเทพมหานคร 10400

    0 2617 0429 0 2617 0426